![]()
'หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร' หรือ 'หอศิลป์กรุงเทพฯ' หรือ 'หอศิลป์ กทม.' พื้นที่ทางศิลปะล่าสุด ล้ำสุดของกรุงเทพฯ นั่นเอง
กว่าจะได้มาซึ่งหอศิลป์ประจำบ้านประจำเมืองแห่งนี้ ต้องย้อนอดีตไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 คราวนั้นกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนับพันคน ได้จัดแสดงผลงานที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหวังจะให้สังคมไทยได้เห็นว่าบ้านเมืองนี้ก็มีศิลปินร่วมสมัยอยู่ไม่น้อย ควรที่จะมีหอศิลป์ระดับมาตรฐานสากลไว้รองรับการแสดงผลงานศิลปะ รวมทั้งเก็บรักษาผลงานศิลปะที่บ่งบอกถึงพัฒนาการทางศิลปะร่วมสมัยของไทย รวมถึงถ่ายทอดความรู้ทางศิลปะแก่เด็กและเยาวชน
ผลก็คือการผลักดันการสร้างหอศิลป์กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2539 ในสมัยที่ ดร.พิจิตต รัตตกุลรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ได้มีนโยบายที่จะสร้างหอศิลป์ขึ้น มีการกำหนดพื้นที่ตั้งหอศิลป์ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน มีการจัดประกวดแบบอาคารหอศิลป์โดยบริษัท Robert G. Boughey & Associates เป็นผู้ชนะ
แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผันเหมือนหนังชีวิต เมื่อกรุงเทพมหานครได้ตัวผู้ว่าฯ คนใหม่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช (ชื่อเหมือนนายกฯ คนปัจจุบัน) โครงการหอศิลป์กรุงเทพมหานครถูกระงับและเกิดแนวคิดในการปรับรูปแบบโครงการจากหอศิลป์มาเป็นศูนย์การค้าที่มีส่วนแสดงศิลปะพ่วงไว้ด้วยเล็กน้อย ทำให้บรรดาศิลปินและคนทำงานศิลปะหลายแขนงเคลื่อนไหวเรียกร้องหอศิลป์ที่เป็นหอศิลป์อีกครั้งในนาม 'เครือข่ายประชาชนเพื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร'
คนกลุ่มนี้พยายามรณรงค์ให้ประชาชนและผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ได้มองเห็นความสำคัญของการมีหอศิลป์และกำหนดนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมให้ชัดเจน รวมถึงการจัดกิจกรรม 'Art Vote' เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนต้องการให้มีหอศิลป์ และจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ณ สวนสาธารณะบริเวณสี่แยกปทุมวัน
โครงการจัดตั้งหอศิลป์ฯ มาเป็นรูปเป็นร่างในยุคของผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่วางนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นนโยบายหลัก และผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม กระทั่งสภากรุงเทพมหานครได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กว่า 60,000 ล้านบาท
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้เริ่มก่อสร้างในที่ดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน เดิมมีกำหนดจะสร้างเสร็จช่วงปลายปี 2549 แต่การก่อสร้างได้ล่าช้าออกไปจากเดิม โดยการก่อสร้างตัวอาคารเสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นปี 2551 และได้มีการเปิดโครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้
ถามว่ามีอะไรให้ดูในหอศิลป์ นอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะที่มีอยู่หลายส่วนแล้ว ภายในหอศิลป์ กทม.ยังมีการจัดพื้นที่เป็นห้องสมุดประชาชน, ห้องปฏิบัติการศิลปะ, ร้านค้า รวมไปถึงโรงภาพยนตร์-โรงละครขนาด 222 ที่นั่ง ตัวอาคารสูง 9 ชั้น +อีก 2 ชั้นใต้ดิน ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างอาคารได้ด้วยทางเดินวน เพื่อให้คนที่เข้ามาชมผลงานศิลปะสามารถเดินชมได้ต่อเนื่องในแต่ละชั้น
ความเก๋ไก๋ของหอศิลป์แห่งใหม่แห่งนี้ นอกจากรูปลักษณ์ของตัวอาคารที่โดดเด่นแล้วยังออกแบบมาให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้ โดยที่แสงไม่แรงเกินไปจนถึงกับทำความเสียหายให้กับผลงานศิลปะที่แสดงอยู่ภายในได้
การเดินทางอาจจะลำบากสักหน่อย สำหรับคนที่อยู่ลอนดอนหรือแมนเชสเตอร์ แต่สำหรับคนกรุงเทพฯ ต้องบอกว่าไปหอศิลป์ง่ายว่าเดินไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล แค่ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไปลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ออกจากสถานีเดินต่อไปไม่กี่สิบก้าว ก็จะพบกับหอศิลป์ตั้งอยู่ตรงข้ามมาบุญครองและสยามดิสคัฟเวอรี่ ติดตามรายละเอียดการจัดแสดงนิทรรศการได้ทางเว็บไซต์ www.bacc.or.th