อากาศหนาวศัตรูตัวร้ายของความงาม

     เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไม ลมเย็นๆ ที่พัดมาเป็นประจำในช่วงปลายเดือนตุลาคมเรื่อยไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆปีที่เมืองไทย จึงเป็นกลายผู้ร้ายทำลายความงามตัวฉกาจไปได้ ก่อนอื่นเรามาเข้าใจอากาศในฤดูหนาวกันก่อนนะคะ สำหรับบ้านเราฤดูหนาวนั้นจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งประเทศประมาณ 14-28 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศรอบตัวแห้งแล้ง มีลมแรง และลมนั้นจะมีความหนาวเย็นกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายของเราต้องต่อสู้กับความแห้งแล้งหนาวเย็น คุณๆ จะสังเกตเห็นว่า ผิวของคุณในช่วงนี้จะเริ่มตึงจนถึงแตกปริ ผิวชั้นนอกจะลอกเป็นขุยๆ จุดที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ ริมฝีปากและส้นเท้า ซึ่งบางคนถึงขั้นเลือดตกยางออก ต้องสมานแผลกันวุ่นวาย นอกจากนั้นเส้นผมเส้นขนทั่วร่างจะเกิดภาวะไฟฟ้าสถิตย์ ชี้โด่ชี้เด่ไร้ระเบียบแบบแผนอย่างสิ้นเชิง และที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้สาวๆ มากที่สุด คือหน้าหนาวผิวแห้งแต่งหน้าไม่สวย เพราะผิวขาดคุณสมบัติในการยึดติดกับเครื่องสำอาง ลองนึกถึงว่าถ้าผิวถนนขรุขระรถยนต์ก็จะวิ่งลำบากยังไงยังงั้นเลยล่ะค่ะ

หนาวนี้ไม่กลัว!!

     การสู้ศึกหน้าหนาวนั้นไม่ยากเย็นอะไรเลย เมื่อเข้าใจถึงธรรมชาติของอากาศหนาวแบบที่บอกมาตอนต้นนั้นแล้ว ก็ง่ายต่อการวางแผนต่อกรแล้วล่ะค่ะ เริ่มจาก ผิวพรรณ ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งนี้ หลายๆ คนจ้องจะอาบน้ำด้วยน้ำร้อนน้ำอุ่นกันท่าเดียว ต้องระวังนะคะอย่าตั้งอุณหภูมิเครื่องทำน้ำอุ่นที่บ้านให้ร้อนจนเกินไป และอย่าอาบน้ำอุ่นนานๆ เพราะน้ำอุ่นจัดจะนำความชุ่มชื่นออกจากร่างกายส่งผลให้ผิวแห้งตึงยิ่งขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญ งดสบู่ที่มีความเป็นด่างสูง หันมาใช้ครีมอาบน้ำที่มีสารบำรุงเข้มข้น แบบอโลเวร่า ออยล์ โจโจบาร์ออยล์ หรือจะให้ดีหยดออยล์สัก 2-3 หยด ผสมกับน้ำอุ่นเพื่ออาบเช้าเย็น รับรองความล้ำลึกของการบำรุงจริงๆ หลังจากอาบน้ำแล้วก็ต้องบำรุงผิวด้วยครีมที่มีสารมอบความชุ่มชื่นในปริมาณที่มากกว่าปกติ เน้นสารที่จำเป็นต่อการเติมเต็มอาหารผิวช่วงหน้าหนาว แบบบัตเตอร์มิลล์ หากเป็นคนที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว แนะนำให้ใช้ ออยล์บำรุงผิวลูบไล้ทั่วกายและหมั่นเติมระหว่างวันด้วยค่ะ อีกประการสำคัญที่ห้ามมองข้ามคือ การบำรุงเฉพาะจุด เน้นที่จุดแห้งกร้านเป็นพิเศษ ทั้งข้อศอก ส้นเท้า หัวเข่า และที่แห้งแล้งสุดๆ คือ ที่ ริมฝีปาก คุณสาวๆ คุณหนุ่มๆ ต้องเคลือบสารบำรุง อาจจะเป็นลิปมัน ลิปบาล์ม หรือจะเป็นสีผึ้งแบบไทยๆ หากไม่ชอบแบบมีกลิ่นมีสี ลองใช้ปิโตเลียมเจลทาก่อนนอะและรเติมระหว่างวันก้ดีนะคะ สำหรับเส้นผมที่แห้งชี้ฟูได้ง่ายในช่วงอากาศหนาวเย็น ก็ต้องระวังเรื่องการใช้อุปรณ์ความร้อนสัมผัสกับเส้นผม ทั้งเครื่องเป่าผม เครื่องรีดผม และเครื่องม้วนผมไฟฟ้า หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ให้เคลือบสารบำรุงที่เส้นผมก่อนทุกครั้ง เลือกสารบำรุงเข้มข้นประเภทสารสกัดจากเมล็ดอัลมอนด์ หรือน้ำมันมะพร้าว อีกอย่างคือต้องระวังเรื่องการใช้น้ำอุ่นสระผม เพราะน้ำอุ่นและความร้อนจะทำให้ผมเกิดไฟฟ้าสถิย์ จนทำปฏิกิริยากับอากาศก่อให้เกิดการชี้ฟู อดทนสักนิดใช้น้ำอุณหภูมิปกติสระผมและบำรุงตามขั้นตอนธรรมดาที่เคยทำเป็นประจำ เพิ่มการลูบออยล์หรือเซรั่มหลังสระอีกนิดหน่อย ก็สลวยเงางามตามต้องการแล้วล่ะค่ะ

........................................................................................................................................

 

ที่มาและประเภทของสิว

สิว ปัญหาผิวที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตลอดเวลา ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้น สำคัญที่ทำให้เกิดสิว แต่สาเหตุการเกิดสิวไม่ใช่เพียงฮอร์โมนเท่านั้น ความเครียด พันธุกรรม และ ภาวะโภชนาการ ก็มีส่วน แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งต้องมีการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้แพร่กระจายลุกลามเป็นสิวอักเสบได้

ที่มาของสิว!

 

เกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งตัวสำคัญคือ พีแอคเน่ (P. acnes) ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังบริเวณท่อต่อมไขมันส่งผลให้เกิดสิวขึ้นได้ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และหลั่งไขมันออกมามากซึ่งไขมันเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดสิว

ภาวะความตึงเครียด อันเนื่องมาจากสภาพจิตใจ และอารมณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งจะไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมนมากระตุ้นต่อมหมวกไต และกระทบไปถึงการหลั่งฮอร์โมนเพศที่เพิ่มสูงขึ้นจนก่อให้เกิดอาการสิวกำเริบขึ้นได้

ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดจากการทำงานหนัก นอนดึก และอดนอน ส่งผลให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนไปกระตุ้นการทำงาน ของต่อมไขมัน เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมากก็อาจจะก่อให้เกิดการอุดตัน และเกิดปัญหาสิวตามมาได้ในที่สุด

ปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น การทำความสะอาดผิวที่ไม่ถูกวิธี ไม่ใช้ครีมเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะ หรือใช้สบู่ หรือโฟมชำระล้างเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกออกได้ไม่หมด เส้นผมที่สกปรกปรกใบหน้า อาหาร หรือแม้กระทั่งอาชีพ และสิ่งแวดล้อมก็สามารถเป็นสาเหตุ และกระตุ้นให้เกิดภาวะไม่สมดุลจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้

ลักษณะของสิวแบบต่างๆ

 

สิวเสี้ยน...ลักษณะเป็นจุดดำๆ ที่บริเวณปลายจมูก หรือปลายคาง เกิดจากการเกาะตัวของ ขนเล็กๆ
บนใบหน้าผสมกับไขมัน และเซลล์ขี้ไคล

สิวอุดตัน...แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะของสิวอุดตันที่มีหัวสีขาว และสิวอุดตันที่ มีหัวสีดำเกิดขึ้นทั่วใบหน้าที่เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันในรูขุมขน

สิวอักเสบ...สิวที่มีผลพวงมาจากสิวอุดตัน และติดเชื้อโรคแทรกซ้อนจนอักเสบ สิวอักเสบนี้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อลดการอักเสบลุกลาม และการเกิดแผลเป็น

สิวหัวช้าง...มีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบ แต่จะมีขนาดใหญ่ บวมแดง จะมีหัวสิวหรือไม่มีปรากฏก็ได้

...........................................................................................

 

ดูแลรักษาริมฝีปาก

ผู้หญิงทุกคนปรารถนาการได้เป็นเจ้าของริมฝีปากที่เต็มอิ่ม แดง และเรียบเนียน ฉะนั้น การปรนนิบัติดูแลอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง

ริมฝีปากแดง และอวบอิ่ม

การทาลิปสติก หรือลิปกลอส ด้วยพู่กันทาปากเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ ริมฝีปากเรียบเนียนสวย แต่การบริหารสุขภาพริมฝีปาก
ด้วยการนวด และการออกกำลังก็เป็นอีกวิธีที่ช่วย กระตุ้นให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น

ริมฝีปากสวยสุขภาพดีด้วยการนวด
วางทาบนิ้วโป้งบริเวณริมฝีปากบนด้านใน โดยให้นิ้วอื่นอยู่นอก
นวดเป็นวงกลมเล็กๆ โดยเคลื่อนนิ้วโป้ง และนิ้วอื่นหมุนไปทั่วริมฝีปากบน
ปฏิบัติซ้ำบริเวณริมฝีปากล่างโดยให้นิ้วโป้งอยู่ด้านนอก นิ้วอื่นอยู่ด้านใน
การนวด และออกกำลังริมฝีปากด้วยวิธีผิวปาก และทำปากย่นยู่ สัก 20 ครั้ง นอกจากจะช่วยกระตุ้นไหลเวียนของโลหิต บริเวณรอบริมฝีปากแล้ว ยังช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ริ้วรอยที่มีอยู่ไม่ลึกลงไปอีก

ออกกำลังริมฝีปากต่อไปนี้มีประโยชน์
ใช้นิ้วกดบริเวณ จมูกกับเหนือริมฝีปากไว้ให้แน่น
อ้าปากกว้าง แต่ห้ามเห็นฟันบน
ยิ้มและเกร็งกล้ามเนื้อริมฝีปากบนไว้ 5 วินาที แล้วเริ่มทำตั้งแต่ข้อ 1 ใหม่ รวม 10 ครั้ง
วิธีปกป้องริมฝีปาก

ผิวบริเวณริมฝีปากจะเป็นผิวส่วนที่บอบบางมาก เพราะ มีความหนาเพียง 3-5 ชั้น เท่านั้น ซึ่งต่างกับผิวส่วนอื่นที่มีความหนาถึง
15 ชั้น ดังนั้น ผิวบริเวณริมฝีปาก จึงไม่มีต่อมไขมัน และ MELANIN ซึ่งหมายถึงว่าสีผิวบริเวณนี้ จะไม่มีการเปลี่ยนสีเข้มขึ้น
แต่จะไหม้เลย และแห้งได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกจากลม และแสงแดด ดังนั้น ริมฝีปากจึงปรารถนา
การปกป้อง และดูแลเป็นพิเศษ
ไม่ควรกัด ลอก หนังที่ริมฝีปาก
ไม่ควรให้ริมฝีปากโดนแดดโดยตรง
ควรใช้ลิปสติก , ลิปบาล์ม ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15
ปกป้องริมฝีปากจากสายลม และแสงแดด ด้วยลิปสติกหรือลิปบาล์ม เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้น ริมฝีปากล่างเป็นผิวส่วนที่มักเกิดมะเร็งผิวได้

.....................................................................................

Home
Profile
Contact
Member
www.siamtharawalai.com